404 Not Found คืออะไร? แก้ไขอย่างไรให้เว็บไซต์กลับมาใช้งานได้

404 Not Found

เคยไหมครับ ที่คุณกำลังเพลิดเพลินกับการเลือกดูสินค้าบนเว็บไซต์ แต่ทันใดนั้นเมื่อคลิกลิงก์เพื่อดูรายละเอียดสินค้าเพิ่มเติม กลับเจอหน้าจอที่แสดงข้อความว่า “404 Not Found” หรือ “404 Page Not Found” ทำให้คุณไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลที่ต้องการได้ แล้วรู้สึกหงุดหงิดเล็กน้อย จนอาจตัดสินใจปิดเว็บไซต์นั้นไปเลย ปัญหานี้เป็นอุปสรรคสำคัญที่ทีมงานของเราพบเจอในการพัฒนาเว็บไซต์อยู่บ่อยครั้ง

บทความนี้จะพาคุณไปทำความรู้จักกับปัญหา 404 Not Found ให้มากขึ้น ไม่ว่าคุณจะเป็นเจ้าของเว็บไซต์ นักพัฒนาเว็บ หรือผู้ใช้งานทั่วไป บทความนี้จะช่วยให้คุณเข้าใจสาเหตุของปัญหา วิธีการตรวจสอบ และวิธีการแก้ไขปัญหาหน้า 404 Error อย่างมีประสิทธิภาพ

404 Not Found คืออะไร?

404 Not Found หรือ Error 404 เป็นรหัสสถานะ HTTP (HTTP Status Code) ที่แสดงขึ้นเมื่อเว็บเบราว์เซอร์พยายามเชื่อมต่อกับเซิร์ฟเวอร์ได้สำเร็จ แต่ไม่สามารถเรียกข้อมูลหรือหน้าเว็บไซต์ที่ต้องการได้ เนื่องจากไม่พบไฟล์หรือหน้าเว็บนั้นบนเซิร์ฟเวอร์ หน้า 404 Page จึงปรากฏขึ้นเพื่อแจ้งให้ผู้ใช้ทราบถึงปัญหานี้ คุณสามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับรหัสสถานะ HTTP 404 ได้จาก Wikipedia

อธิบายให้เข้าใจง่าย ๆ คือ เมื่อคุณพิมพ์ URL หรือคลิกลิงก์เพื่อเข้าชมเว็บไซต์ เว็บเบราว์เซอร์จะส่งคำขอไปยังเซิร์ฟเวอร์ที่เก็บข้อมูลเว็บไซต์นั้น ถ้าเซิร์ฟเวอร์ไม่พบหน้าเว็บหรือข้อมูลที่คุณต้องการ มันจะตอบกลับด้วยรหัส 404 HTML พร้อมกับแสดงหน้า “404 Not Found” ให้คุณเห็น หรือพูดง่าย ๆ ก็คือ “ลิงก์เสีย” นั่นเอง

แม้ว่าการเกิด 404 Error จะไม่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อการจัดอันดับของเว็บไซต์บน Google แต่ปัญหา 404 Not Found ส่งผลต่อประสบการณ์ของผู้ใช้งานอย่างมาก และอาจทำให้ผู้ใช้งานเลิกเข้าชมเว็บไซต์ของคุณในที่สุด

สาเหตุที่ทำให้เกิด 404 Not Found

การเกิดปัญหา 404 Not Found มีสาเหตุได้หลายประการ ซึ่งส่วนใหญ่มักเกิดจาก:

1. การเปลี่ยนชื่อ URL

เมื่อคุณปรับเปลี่ยนเนื้อหาบนเว็บไซต์และต้องการเปลี่ยนชื่อ URL ให้ตรงกับเนื้อหาใหม่ หากไม่มีการจัดการที่ดี URL เก่าก็จะกลายเป็นลิงก์เสียทันที ซึ่งจะทำให้คนที่เคยบุ๊กมาร์กหรือเข้าผ่าน URL เก่าเจอกับหน้า 404 Page และข้อความ 404 Error เด้งขึ้นมา ซึ่งเป็นประเด็นที่บริการ IT Solutions ของเราสามารถช่วยแก้ไขได้

นอกจากนี้ การเปลี่ยนชื่อ URL จากภาษาไทยเป็นภาษาอังกฤษ หรือจากภาษาอังกฤษเป็นภาษาไทย ก็สามารถทำให้เกิดลิงก์เสียและแสดงหน้า 404 Not Found ได้เช่นกัน ดังนั้น ก่อนที่จะตั้งชื่อ URL แต่ละครั้ง คุณควรพิจารณาให้รอบคอบและวางแผนล่วงหน้าเพื่อป้องกันการเกิดข้อผิดพลาด 404 HTML

2. การลบหน้าเพจ

ปัญหา 404 Not Found มักเกิดขึ้นบ่อยกับเว็บไซต์ E-Commerce เนื่องจากมีการเปลี่ยนแปลงสินค้าอยู่เสมอ เมื่อสินค้าหมดสต็อกหรือเลิกขาย เจ้าของเว็บมักจะลบหน้าสินค้านั้นออกไป ทำให้ URL ของหน้านั้นกลายเป็นลิงก์เสียและแสดงข้อความ 404 Error แก่ผู้เข้าชม ทางเราได้มีบริการตรวจสอบคุณภาพ ที่ครอบคลุมถึงการค้นหาลิงก์เสียเหล่านี้

3. การสร้างเว็บไซต์ใหม่บนโดเมนเก่า

เมื่อคุณสร้างเว็บไซต์ใหม่โดยใช้โดเมนเดิม แต่เปลี่ยนแปลงโครงสร้างหรือเนื้อหาทั้งหมด URL ที่เคยมีอยู่ในเว็บไซต์เก่าก็จะกลายเป็นลิงก์เสีย เนื่องจากไม่มีหน้าเว็บที่ตรงกับ URL เดิมอีกต่อไป ทำให้เกิดหน้า 404 Not Found จำนวนมาก

4. ข้อมูล Database ยังไม่ได้อัปเดต

หลังจากการย้ายเว็บไซต์จากโดเมนหนึ่งไปยังอีกโดเมนหนึ่ง หากไม่ได้อัปเดตฐานข้อมูลให้ถูกต้อง อาจทำให้บางลิงก์ใช้งานไม่ได้และแสดงข้อความ 404 Error หรือแสดงหน้า 404 Page แทนเนื้อหาที่ควรจะมี การปรับปรุงฐานข้อมูลเป็นส่วนหนึ่งของบริการ IT ครบวงจร ที่เราเสนอให้กับลูกค้า

5. ปัญหาจาก Web Hosting

การเลือก Web Hosting ที่ไม่รองรับเทคโนโลยีหรือภาษาที่ใช้ในเว็บไซต์ของคุณ ก็อาจทำให้เกิดปัญหา 404 Not Found ได้เช่นกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าคุณใช้ WordPress และตั้ง URL เป็นภาษาไทย เซิร์ฟเวอร์อาจไม่สามารถประมวลผลโค้ด 404 HTML ได้อย่างถูกต้อง

6. พิมพ์ URL ผิด

บางครั้งปัญหาอาจเกิดจากการที่ผู้ใช้พิมพ์ URL ผิด ทำให้เข้าถึงหน้าที่ไม่มีอยู่จริงบนเซิร์ฟเวอร์ ส่งผลให้ระบบแสดงหน้า 404 Not Found หรือข้อความ 404 Error

วิธีตรวจสอบหา 404 Not Found บนเว็บไซต์

หากคุณเป็นเจ้าของเว็บไซต์หรือผู้ดูแลเว็บไซต์ การตรวจสอบหาหน้าที่เกิดปัญหา 404 Not Found เป็นสิ่งสำคัญที่ต้องทำอย่างสม่ำเสมอ เพื่อรักษาคุณภาพของเว็บไซต์และลดการเกิดหน้า 404 Page โดยมีเครื่องมือที่ช่วยในการตรวจสอบดังนี้:

1. Google Search Console

Google Search Console เป็นเครื่องมือทรงพลังที่ช่วยให้คุณตรวจสอบปัญหาต่าง ๆ บนเว็บไซต์ได้ รวมถึงปัญหา 404 Not Found และรหัส 404 HTML ที่ผิดพลาด โดยมีขั้นตอนดังนี้:

  1. ลงทะเบียนเว็บไซต์ของคุณกับ Google Search Console (หากยังไม่ได้ลงทะเบียน)
  2. รอให้ Google ประมวลผลข้อมูลเว็บไซต์ของคุณ (อาจใช้เวลา 1-2 วัน)
  3. เข้าไปที่เมนู “ดัชนี” (Index) และคลิกที่ “ความครอบคลุม” (Coverage)
  4. ระบบจะแสดงข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้นบนเว็บไซต์ของคุณ รวมถึงหน้าที่มีปัญหา 404 Error
  5. คลิกที่ “ไม่พบ URL ที่ส่ง (404)” หรือ “soft 404 pages”
  6. ระบบจะแสดงรายการลิงก์ที่มีปัญหา 404 Not Found ทั้งหมดบนเว็บไซต์ของคุณ

2. Google Analytics

Google Analytics สามารถช่วยคุณตรวจสอบหน้าที่เกิดปัญหา 404 Not Found ได้เช่นกัน โดยคุณต้องเพิ่มโค้ดติดตามลงในหน้า 404 Page ของเว็บไซต์คุณ:

ga(‘send’, ‘pageview’, ‘404.html?page=’+ document.location.pathname + document.location.search +’&from=’ + document.referrer);

จากนั้นตรวจสอบใน Google Analytics โดยไปที่:

  1. Behavior > Site content > All page > Page title
  2. ใช้ตัวกรองด้วยคำว่า “404”
  3. ระบบจะแสดงรายการ URL ที่ทำให้เกิดปัญหา 404 Error page

3. Ubersuggest

Ubersuggest เป็นเครื่องมือช่วยทำ SEO ที่พัฒนาโดย Neil Patel ซึ่งใช้งานง่ายและสามารถตรวจหาปัญหา 404 Not Found และหน้า 404 Page ได้:

  1. เข้าไปที่เว็บไซต์ Ubersuggest
  2. คัดลอก URL เว็บไซต์ของคุณมาวางและคลิก “Search”
  3. รอให้ระบบวิเคราะห์เว็บไซต์ (ประมาณ 3 นาที ขึ้นอยู่กับขนาดของเว็บไซต์)
  4. เลื่อนลงมาที่ส่วนปัญหา และคลิก “SEE ALL ISSUES”
  5. ระบบจะแสดงหน้าที่มีปัญหา Error 4XX รวมถึงหน้าที่มีข้อความ 404 Not Found

วิธีแก้ไขปัญหา 404 Not Found

เมื่อคุณพบหน้าที่มีปัญหา 404 Not Found บนเว็บไซต์ของคุณแล้ว มาดูวิธีการแก้ไขหน้า 404 Error กันดีกว่า:

1. ทำการ Redirect ด้วย 301 Redirect

การทำ 301 Redirect เป็นวิธีที่ดีที่สุดในการแก้ไขปัญหา 404 Not Found โดยเฉพาะเมื่อมีการเปลี่ยนชื่อ URL หรือย้ายเนื้อหา 301 Redirect จะบอกให้เว็บเบราว์เซอร์และเสิร์ชเอนจินรู้ว่าหน้านี้ได้ถูกย้ายไปยังตำแหน่งใหม่อย่างถาวร ทำให้ไม่เกิดหน้า 404 Page อีกต่อไป

หากคุณใช้ WordPress สามารถติดตั้งปลั๊กอินอย่าง “Redirection” หรือ “301 Redirects” เพื่อจัดการ 301 Redirect ได้อย่างง่ายดาย โดยเพียงแค่ระบุ URL เก่าและ URL ใหม่ที่ต้องการให้ผู้ใช้ถูกนำไป แทนที่จะเจอกับข้อความ 404 Error หรือโค้ด 404 HTML

การทำ 301 Redirect ไม่เพียงแต่ช่วยแก้ไขปัญหา 404 Not Found เท่านั้น แต่ยังช่วยรักษาอันดับ SEO ของหน้านั้นด้วย เนื่องจาก Google จะส่งต่อคะแนน SEO จากหน้าเก่าไปยังหน้าใหม่

2. ปรับแต่งหน้า 404 Not Found ให้มีประโยชน์

นอกจากการแก้ไขลิงก์เสียแล้ว คุณยังสามารถปรับแต่งหน้า 404 Page ให้มีประโยชน์มากขึ้น เพื่อช่วยให้ผู้ใช้งานไม่ออกจากเว็บไซต์ของคุณทันทีเมื่อเจอกับข้อความ 404 Error โดยทำได้ดังนี้:

  • ออกแบบหน้า 404 Not Found ให้มีความสวยงามและน่าสนใจ
  • เพิ่มลิงก์ไปยังหน้าหลัก หมวดหมู่สินค้า หรือบทความยอดนิยม
  • เพิ่มช่องค้นหาเพื่อให้ผู้ใช้สามารถค้นหาข้อมูลที่ต้องการได้แม้จะเจอกับหน้า 404 Page
  • ใส่ข้อความที่เป็นมิตรและมีความเป็นมนุษย์ เช่น “ขออภัย เราไม่พบหน้าที่คุณกำลังค้นหา แต่คุณอาจสนใจเนื้อหาเหล่านี้…”

การปรับแต่งหน้า 404 Not Found ที่ดีจะช่วยลดอัตราการออกจากเว็บไซต์ (Bounce Rate) และเพิ่มโอกาสในการเปลี่ยนผู้เข้าชมให้เป็นลูกค้าได้ แม้จะเจอกับปัญหา 404 Error

3. รีเซตลิงก์ถาวรของ WordPress

หากคุณใช้ WordPress และพบปัญหา 404 Not Found กับทุกโพสต์หรือเพจ อาจเกิดจากปัญหาเกี่ยวกับลิงก์ถาวร (Permalink) ซึ่งสามารถแก้ไขได้ดังนี้:

  1. ล็อกอินเข้าสู่แดชบอร์ด WordPress
  2. ไปที่ การตั้งค่า > ลิงก์ถาวร
  3. เลือกโครงสร้างลิงก์ถาวรอื่นที่ไม่ใช่โครงสร้างปัจจุบัน แล้วคลิก “บันทึกการเปลี่ยนแปลง”
  4. จากนั้นเปลี่ยนกลับไปเป็นโครงสร้างที่ต้องการ และคลิก “บันทึกการเปลี่ยนแปลง” อีกครั้ง

การทำเช่นนี้จะช่วยรีเซตระบบลิงก์ถาวรและแก้ไขปัญหา 404 Not Found ที่เกิดจากการตั้งค่าลิงก์ถาวรไม่ถูกต้อง ทำให้หน้า 404 Page ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ

4. ตรวจสอบและอัปเดตฐานข้อมูล

หากคุณได้ย้ายเว็บไซต์จากโดเมนหนึ่งไปยังอีกโดเมนหนึ่ง ให้ตรวจสอบว่าได้อัปเดตฐานข้อมูลให้ถูกต้องหรือไม่ โดยเฉพาะการอัปเดต URL ในฐานข้อมูลให้ตรงกับโดเมนใหม่ เพื่อป้องกันการเกิดข้อความ 404 Error หรือการแสดงโค้ด 404 HTML โดยไม่จำเป็น

5. เลือก Web Hosting ที่เหมาะสม

หากปัญหา 404 Not Found เกิดจาก Web Hosting ที่ไม่รองรับเทคโนโลยีหรือภาษาที่ใช้ในเว็บไซต์ของคุณ ให้พิจารณาเปลี่ยนไปใช้ Web Hosting ที่เหมาะสมกว่า โดยเฉพาะถ้าคุณใช้ WordPress และต้องการรองรับ URL ภาษาไทยเพื่อลดโอกาสการเกิดหน้า 404 Page

ผลกระทบของ 404 Not Found ต่อ SEO และธุรกิจ

การปล่อยให้มีหน้า 404 Not Found จำนวนมากบนเว็บไซต์ของคุณอาจส่งผลกระทบต่อ SEO และธุรกิจดังนี้:

ผลกระทบต่อ SEO

  • สูญเสียอันดับบนเสิร์ชเอนจิน: หากหน้าที่มีอันดับดีบน Google กลายเป็น 404 Not Found โดยไม่ได้ทำ 301 Redirect ไปยังหน้าใหม่ คุณอาจสูญเสียอันดับที่ดีนั้นไป เพราะเสิร์ชเอนจินจะเห็นว่าเนื้อหานั้นหายไปเมื่อพบหน้า 404 Page
  • สูญเสียพลังจาก Backlink: หน้าที่มี Backlink คุณภาพดีแต่กลายเป็น 404 Not Found จะไม่สามารถส่งต่อพลังของ Backlink ไปยังเว็บไซต์ของคุณได้ ทำให้เสียโอกาสในการได้รับประโยชน์จาก Backlink นั้น
  • Googlebot อาจพลาดหน้าสำคัญ: การมีหน้า 404 Error จำนวนมากอาจทำให้ Googlebot ใช้เวลาเก็บข้อมูลหน้าที่ไม่มีประโยชน์ แทนที่จะเก็บข้อมูลหน้าที่สำคัญของคุณ ส่งผลเสียต่อการทำ SEO

ผลกระทบต่อธุรกิจ

  • ประสบการณ์ผู้ใช้แย่ลง: ผู้ใช้งานที่เจอหน้า 404 Not Found หรือข้อความ 404 Error อาจรู้สึกผิดหวังและออกจากเว็บไซต์ของคุณ
  • อัตราการออกจากเว็บไซต์สูง: หน้า 404 Page มักมีอัตราการออกจากเว็บไซต์ (Bounce Rate) สูง ซึ่งส่งผลเสียต่อ SEO และอาจทำให้อันดับของเว็บไซต์คุณแย่ลง
  • สูญเสียโอกาสทางธุรกิจ: ลูกค้าที่ไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลสินค้าหรือบริการของคุณเนื่องจากเจอกับหน้า 404 Error อาจเปลี่ยนไปใช้บริการของคู่แข่ง
  • เสียเงินค่าโฆษณาโดยเปล่าประโยชน์: หากคุณทำโฆษณาให้กับหน้าที่เป็น 404 Not Found คุณจะเสียเงินค่าโฆษณาโดยไม่ได้รับผลตอบแทนใดๆ เมื่อผู้ใช้คลิกเข้ามาแล้วเจอกับหน้า 404 Page

บริการแก้ไขปัญหา 404 Not Found ครบวงจรจาก RED CODE

ที่ RED CODE เรามีทีมผู้เชี่ยวชาญที่พร้อมช่วยคุณแก้ไขปัญหา 404 Not Found บนเว็บไซต์ของคุณอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้เว็บไซต์ของคุณทำงานได้อย่างราบรื่นและสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับผู้ใช้งาน โดยไม่ต้องกังวลเรื่องหน้า 404 Error อีกต่อไป

บริการของเราประกอบด้วย:

1. บริการตรวจสอบและวิเคราะห์ปัญหา 404 Not Found

เราใช้เครื่องมือระดับมืออาชีพในการตรวจสอบและวิเคราะห์ปัญหา 404 Not Found บนเว็บไซต์ของคุณ เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงและวางแผนการแก้ไขที่เหมาะสม ช่วยให้คุณเข้าใจว่าทำไมจึงเกิดหน้า 404 Page และควรแก้ไขอย่างไร

2. บริการแก้ไขปัญหา 404 Not Found ด้วย 301 Redirect

เราจัดการกับลิงก์เสียบนเว็บไซต์ของคุณด้วยการทำ 301 Redirect อย่างถูกต้อง เพื่อรักษาอันดับ SEO และประสบการณ์ผู้ใช้งาน ทำให้ไม่มีการแสดงข้อความ 404 Error เมื่อผู้ใช้เข้าถึง URL เดิม

3. บริการออกแบบหน้า 404 Not Found แบบ Custom

เราออกแบบหน้า 404 Page ที่มีความสวยงาม ใช้งานง่าย และมีประโยชน์ เพื่อช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถค้นหาข้อมูลที่ต้องการได้ แม้จะเจอกับหน้า 404 Not Found โดยเราจะปรับแต่งโค้ด 404 HTML ให้สวยงามและใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

4. บริการตรวจสอบและแก้ไขปัญหาลิงก์ถาวรสำหรับ WordPress

สำหรับเว็บไซต์ที่ใช้ WordPress เราให้บริการตรวจสอบและแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับลิงก์ถาวร เพื่อให้เว็บไซต์ของคุณทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและไม่เกิดหน้า 404 Error โดยไม่จำเป็น

5. บริการวางแผนและจัดการ URL อย่างมีประสิทธิภาพ

เราช่วยคุณวางแผนโครงสร้าง URL ที่เหมาะสมสำหรับเว็บไซต์ของคุณ เพื่อป้องกันปัญหา 404 Not Found ในอนาคต และลดโอกาสการเกิดหน้า 404 Page ที่อาจส่งผลเสียต่อธุรกิจของคุณ

ด้วยทีมงานผู้เชี่ยวชาญของเรา คุณสามารถมั่นใจได้ว่าเว็บไซต์ของคุณจะปราศจากปัญหา 404 Not Found และสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับผู้ใช้งาน ส่งผลให้เว็บไซต์ของคุณมีอันดับ SEO ที่ดีขึ้นและเพิ่มโอกาสทางธุรกิจอย่างมหาศาล

สรุป

ปัญหา 404 Not Found ส่งผลกระทบต่อ SEO และประสบการณ์ผู้ใช้อย่างมาก การตรวจสอบและแก้ไขอย่างสม่ำเสมอเป็นสิ่งสำคัญ ไม่ว่าจะด้วยการทำ 301 Redirect หรือปรับแต่งหน้า 404 Page ให้มีประโยชน์ RED CODE พร้อมให้บริการแก้ไขปัญหานี้อย่างครบวงจร ช่วยรักษาอันดับ SEO และเพิ่มโอกาสทางธุรกิจของคุณ อย่าปล่อยให้ “ลิงก์เสีย” ทำลายโอกาสทางธุรกิจ เริ่มแก้ไขปัญหา 404 Not Found วันนี้!

คำถามที่พบบ่อย

404 แปลว่าอะไร?

404 Not Found หรือ Error 404 คือรหัสสถานะ HTTP ที่แสดงเมื่อเซิร์ฟเวอร์ไม่พบข้อมูลหรือหน้าเว็บที่ร้องขอ พูดง่าย ๆ คือ “ลิงก์เสีย” นั่นเอง เมื่อเบราว์เซอร์พยายามเข้าถึง URL แต่เซิร์ฟเวอร์ไม่พบหน้านั้น จึงตอบกลับด้วยสถานะ 404 พร้อมแสดงหน้าแจ้งเตือนว่าไม่พบข้อมูลที่ต้องการ

รหัส 404 หมายถึงอะไร?

รหัส 404 เป็นหนึ่งในรหัสสถานะ HTTP ที่แสดงเมื่อเว็บไซต์มีการแสดงผลผิดพลาด เนื่องจากไม่พบข้อมูลที่ผู้ใช้ต้องการ เกิดขึ้นเมื่อ bot หรือเบราว์เซอร์พยายามเข้าถึง URL แต่ไม่พบไฟล์หรือหน้าเว็บนั้นบนเซิร์ฟเวอร์ ทำให้ไม่สามารถแสดงเนื้อหาที่ต้องการได้ และแสดงหน้า Error 404 แทน ซึ่งเป็นการบอกผู้ใช้ว่าลิงก์ที่พยายามเข้าถึงนั้นไม่มีอยู่จริงหรือถูกย้ายไปแล้ว

วิธีแก้ไขข้อผิดพลาด 404 ไม่พบใน WordPress มีอะไรบ้าง?

การรีเซตลิงก์ถาวรใน WordPress เป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพในการแก้ไขปัญหา 404 Not Found โดยทำตามขั้นตอนดังนี้:

  • ลงชื่อเข้าใช้ WordPress
  • ในเมนูซ้ายมือ ให้เลือก การตั้งค่า > ลิงก์ถาวร
  • ภายใต้การตั้งค่าลิงก์ถาวร ให้เลือกโครงสร้างลิงก์ถาวรอื่นที่ไม่ใช่โครงสร้างปัจจุบัน
  • คลิกที่บันทึกการเปลี่ยนแปลง
  • จากนั้นเลือกโครงสร้างลิงก์ถาวรที่ต้องการใช้ (หรือกลับไปใช้โครงสร้างเดิม) และคลิกบันทึกการเปลี่ยนแปลงอีกครั้ง

การดำเนินการนี้จะช่วยรีเซตระบบลิงก์ถาวรและแก้ไขข้อผิดพลาด 404 ที่อาจเกิดจากการตั้งค่าลิงก์ถาวรไม่ถูกต้อง

Share :

Scroll to Top
Privacy Overview

This website uses cookies so that we can provide you with the best user experience possible. Cookie information is stored in your browser and performs functions such as recognising you when you return to our website and helping our team to understand which sections of the website you find most interesting and useful.