Low-code Applications
บริการดูแลอย่างมืออาชีพจาก RED CODE
ในปัจจุบันที่ทุกอย่างต้องการความรวดเร็วและประสิทธิภาพ Low-Code Technology จึงกลายเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกยอดนิยมสำหรับองค์กรที่ต้องการพัฒนาแอปพลิเคชันเพื่อตอบโจทย์ความต้องการทางธุรกิจได้อย่างรวดเร็ว ลดความซับซ้อน และประหยัดงบประมาณ Low-Code ช่วยให้สามารถสร้าง Application ได้โดยใช้การลากวางคอมโพเนนต์แทนการเขียนโค้ด ทำให้ Low-Code Development Apps ได้ง่ายและเร็วขึ้นหลายเท่า เหมาะสำหรับทุกระดับทักษะ ไม่ว่าคุณจะมีพื้นฐานด้านไอทีหรือไม่ก็ตาม
Low-Code Applications
เทคโนโลยีที่กำลังมาแรง
Low-Code Applications คือแอปพลิเคชันที่พัฒนาโดยใช้แพลตฟอร์ม Low-Code ซึ่งช่วยให้สามารถสร้างแอปได้อย่างรวดเร็วโดยใช้การลากวางคอมโพเนนต์แทนการเขียนโค้ด Low-Code ช่วยให้ธุรกิจพัฒนาแอปที่ตอบโจทย์ความต้องการเฉพาะได้ง่ายขึ้น โดยไม่จำเป็นต้องใช้ทีมพัฒนาขนาดใหญ่หรือใช้เวลานาน
Low-code Platforms
Low-Code Platforms คือแพลตฟอร์มที่ใช้ในการ Low-Code Development Applications มีให้เลือกใช้หลากหลายทั้งจากบริษัทยักษ์ใหญ่และสตาร์ทอัพ โดยแต่ละแพลตฟอร์มก็มีความสามารถ ข้อดี และเหมาะกับงานที่แตกต่างกันไป
Microsoft Power Apps
Microsoft Power BI
K2 Software
Low-Code Application Examples
Low-Code Applications สามารถนำมาประยุกต์ใช้กับงานด้านต่างๆ ในองค์กรได้อย่างหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นด้านบริหารจัดการภายใน ด้านทรัพยากรบุคคล ด้านบริการลูกค้า รวมถึงด้านวิเคราะห์และติดตามผลธุรกิจ ต่อไปนี้เป็นตัวอย่างแอปที่พัฒนาด้วย Low-Code
แอปบริการช่วยเหลือ
(Service Desk App)
แอปสำหรับให้พนักงานแจ้งปัญหาไอทีต่างๆ ผู้ดูแลระบบสามารถจัดการ ติดตามสถานะ และรายงานผลการแก้ไขได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยลดภาระของทีมไอทีและเพิ่มความพึงพอใจของพนักงาน
แอปขออนุมัติการลา
(Leave Request App)
แอปสำหรับให้พนักงานขอลางานประเภทต่างๆ ผ่านระบบออนไลน์ที่สะดวก หัวหน้าสามารถอนุมัติการลางานได้ทันที และฝ่ายบุคคลสามารถดูข้อมูลและสรุปวันลาของพนักงานได้อย่างครบถ้วน
แอปจองโต๊ะ
(Desk Booking App)
แอปสำหรับให้พนักงานจองโต๊ะ เลือกที่นั่งทำงานผ่านแผนผังสำนักงาน ช่วยจัดการพื้นที่การทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดความยุ่งยากในการหาที่นั่ง เหมาะกับสำนักงานแบบ Flexible Seat
แอปจัดการสินทรัพย์
(Asset Management App)
แอปสำหรับบริหารจัดการทรัพย์สินต่างๆ ภายในองค์กร เช่น อุปกรณ์ไอที เฟอร์นิเจอร์ ช่วยให้ทราบชนิด จำนวน สถานที่จัดเก็บ และสถานะการใช้งานของแต่ละรายการ ง่ายต่อการค้นหาและจัดสรรให้ผู้ใช้งาน
แอปประเมินผลการปฏิบัติงาน
(Performance Evaluation App)
แอปสำหรับจัดการการประเมินผลงานพนักงานทั้งองค์กร ตั้งแต่ตั้งเป้าหมาย บันทึกผลการทำงาน จนถึงรีวิวผลงานและให้คะแนนประเมิน ช่วยฝ่ายบุคคลสรุปผลการประเมินได้อย่างรวดเร็ว แม่นยำ
แอปจัดการความผูกพันของพนักงาน
(Employee Engagement App)
แอปที่ช่วยสร้างความผูกพันของพนักงานต่อองค์กร ประกอบด้วยฟีเจอร์ต่างๆ เช่น แชทภายใน กระดานข่าวสาร แบบสำรวจความคิดเห็น กิจกรรมภายใน ช่วยให้พนักงานได้รับข้อมูลและมีส่วนร่วมมากขึ้น
แอปข้อเสนอแนะจากลูกค้า
(Customer Feedback App)
แอปที่ให้ลูกค้าสามารถให้ข้อเสนอแนะ แสดงความคิดเห็น และให้คะแนนบริการผ่านแบบสอบถามที่ตอบง่าย ข้อมูลจากลูกค้าจะถูกรวบรวมและวิเคราะห์ เพื่อนำไปพัฒนาการบริการให้ดียิ่งขึ้น
แอปจัดการค่าใช้จ่าย
(Expense Management App)
แอปจัดการค่าใช้จ่ายต่างๆ ภายในองค์กร ตั้งแต่การขออนุมัติล่วงหน้า การส่งใบเสร็จ จนถึงการอนุมัติและชำระเงินคืน ช่วยให้การเบิกจ่ายสะดวกรวดเร็วแต่ยังคงมีการควบคุมตามกฎระเบียบ ลดความผิดพลาดและความซ้ำซ้อนของงานเอกสาร
แดชบอร์ดการขาย
(Sales Dashboard)
แดชบอร์ดที่รวมข้อมูลยอดขาย รายได้ และข้อมูลสำคัญด้านการขายในรูปแบบกราฟ ตาราง ที่อ่านเข้าใจง่าย ทีมขายและผู้บริหารสามารถติดตามสถานการณ์การขายได้แบบเรียลไทม์ เห็นข้อมูลเชิงลึกที่จะช่วยวางกลยุทธ์การขายได้ดียิ่งขึ้น
แดชบอร์ด CEO
(CEO Dashboard)
แดชบอร์ดที่ออกแบบมาเพื่อให้ผู้บริหารระดับสูงเห็นภาพรวมผลการดำเนินงานขององค์กรในทุกด้านที่สำคัญ ไม่ว่าจะเป็นด้านการเงิน การตลาด การผลิต ทรัพยากรบุคคล โดยเลือกแสดงเฉพาะตัวชี้วัดหลักๆ ที่จำเป็นต่อการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์
แดชบอร์ด KPI
(KPI Dashboard)
แดชบอร์ดที่แสดงค่า KPI (Key Performance Indicator) ที่สำคัญขององค์กร ตามเป้าหมายที่วางไว้ในแต่ละด้าน พร้อมเปรียบเทียบกับค่าเป้าหมายและค่าในอดีตเพื่อดูแนวโน้ม ช่วยให้ผู้บริหารระดับกลางติดตามผลงานและความก้าวหน้าของแผนงานได้อย่างใกล้ชิด
แดชบอร์ดดูแลเครื่องจักร
(Machine Breakdown Dashboard)
แดชบอร์ดสำหรับโรงงานที่แสดงข้อมูลการเดินเครื่องจักร สถานะ เวลา และความถี่ในการเกิดเหตุขัดข้อง รวมถึงประวัติการซ่อมบำรุง ช่วยให้ทีมวิศวกรมองเห็นภาพรวม วางแผนบำรุงรักษาเชิงป้องกัน และเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตโดยรวมได้ดีขึ้น
ซอฟต์แวร์ออกแบบเฉพาะสำหรับองค์กร
(Custom Software)
พัฒนาโปรแกรมที่ตอบโจทย์ความต้องการเฉพาะของแต่ละองค์กร ด้วยการออกแบบที่มุ่งเน้นการแก้ปัญหาเฉพาะด้าน เพื่อให้ได้ระบบที่ทำงานได้อย่างคล่องตัว มีประสิทธิภาพ และสามารถขยายขนาดได้ตามความเติบโตของธุรกิจ
การทำงานแบบสกรัม (Scrum Workflow)
นำวิธีการบริหารโครงการแบบอไจล์ (Agile) มาใช้ โดยให้ความสำคัญกับความร่วมมือ ความยืดหยุ่น และการรับฟังข้อเสนอแนะอย่างต่อเนื่อง ช่วยให้สามารถส่งมอบผลงานได้รวดเร็ว ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้อย่างสำเร็จ
ทีมงานผู้เชี่ยวชาญ ด้วยงบประมาณที่เหมาะสม
(Top-Tier Experienced Team but Flexible Budget)
ทีมมืออาชีพที่มีความชำนาญและประสบการณ์สูง พร้อมส่งมอบโซลูชันคุณภาพระดับพรีเมียม ด้วยโครงสร้างราคาที่ยืดหยุ่นและเหมาะสมกับงบประมาณขององค์กร เพื่อให้ทุกธุรกิจสามารถเข้าถึงบริการระดับมืออาชีพได้อย่างคุ้มค่า
RED CODE ทำงานอย่างไร?
ที่ RED CODE เราให้ความสำคัญกับทุกขั้นตอนการทำงาน เพื่อให้มั่นใจว่าระบบที่พัฒนาจะตอบโจทย์ธุรกิจของคุณได้อย่างแท้จริง เราจึงวางกระบวนการทำงานอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงการส่งมอบ โดยมีทีมผู้เชี่ยวชาญคอยดูแลในทุกขั้นตอน
01 รวบรวมความต้องการ
(Get Requirement)
การพูดคุยและทำเอกสารเพื่อเก็บความต้องการของลูกค้าและกำหนดเป้าหมายโครงการให้ชัดเจน เป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของการพัฒนาซอฟต์แวร์ ช่วยให้ทุกฝ่ายเข้าใจตรงกันว่าลูกค้าต้องการอะไร และจะวัดความสำเร็จของโครงการอย่างไร
02 วิจัยผลิตภัณฑ์
(Product Research)
การศึกษาเทรนด์ตลาดและคู่แข่งมีความจำเป็นต่อการออกแบบและจัดลำดับความสำคัญของฟีเจอร์ เพื่อให้ผลิตภัณฑ์ที่พัฒนาตอบโจทย์ความต้องการตลาด แข่งขันได้ และมีจุดเด่นที่แตกต่างจากคู่แข่ง
03 ออกแบบ UX/UI
(UX/UI Design)
การออกแบบหน้าจอและประสบการณ์ใช้งานที่เรียบง่าย สวยงาม และมีประสิทธิภาพ เป็นกุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จของซอฟต์แวร์ ช่วยให้ผู้ใช้สามารถใช้งานได้สะดวก เข้าใจง่าย และรู้สึกประทับใจกับการใช้งาน
04 วางแผนด้านเทคนิค
(Tech Solution)
การเลือกโครงสร้างและเทคโนโลยีที่เหมาะสมสำหรับโครงการ ช่วยให้สร้างซอฟต์แวร์ที่ทำงานได้ดี รองรับการขยายตัว มีความปลอดภัย และดูแลรักษาง่าย ตรงตามข้อจำกัดและความต้องการของโครงการ
05 ออกแบบรายละเอียดผลิตภัณฑ์
(Product Detail Design)
การระบุรายละเอียดและขั้นตอนการทำงานของแต่ละฟีเจอร์ ช่วยให้ทีมพัฒนามีความชัดเจนในการทำงานเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ตามที่ต้องการ อีกทั้งยังช่วยให้ประเมินเวลาและทรัพยากรที่ต้องใช้ในการพัฒนาได้แม่นยำมากขึ้น
06 พัฒนาระบบ
(Development)
ขั้นตอนการเขียนโค้ดและพัฒนาซอฟต์แวร์ตามรายละเอียดที่ออกแบบไว้ โดยใช้เทคโนโลยีและเครื่องมือที่เหมาะสม ต้องอาศัยทักษะ ความเชี่ยวชาญ และการร่วมมือของทีมเพื่อสร้างซอฟต์แวร์คุณภาพภายในเวลาที่กำหนด
07 ทดสอบคุณภาพ
(QA Test)
ก่อนส่งมอบให้ลูกค้าหรือผู้ใช้ การทดสอบอย่างละเอียดเพื่อค้นหาข้อผิดพลาดหรือจุดบกพร่องและแก้ไขให้เรียบร้อยเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้มั่นใจว่าซอฟต์แวร์มีคุณภาพ ตรงตามที่กำหนด ใช้งานได้ราบรื่น และไม่สร้างปัญหาให้กับผู้ใช้
08 ทดสอบการใช้งานจริง UAT
(User Acceptance Testing)
การให้ลูกค้าหรือตัวแทนผู้ใช้ได้ทดลองใช้ซอฟต์แวร์ที่พัฒนาเสร็จแล้ว เพื่อตรวจสอบว่าระบบทำงานตรงตามความต้องการและความคาดหวัง เป็นขั้นตอนสำคัญก่อนนำไปใช้งานจริง และเปิดโอกาสให้ปรับแก้ในส่วนที่ลูกค้ายังไม่พอใจ
09 พร้อมใช้งาน!
(Go Live!)
เมื่อผ่านการทดสอบและการทดลองใช้จากลูกค้าเรียบร้อยแล้ว ถึงเวลานำซอฟต์แวร์ไปติดตั้งในสภาพแวดล้อมจริงของผู้ใช้ ให้ผู้ใช้สามารถเข้าถึงและเริ่มใช้งานระบบได้อย่างเป็นทางการ พร้อมให้การสนับสนุนและดูแลอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้มั่นใจว่าซอฟต์แวร์ใช้งานได้ดีในระยะยาว
